







107. Asa-ake 100 ml
あさあけ
โชยุชนิด Koikuchi จาก Ōta Yohachirō Shōten (太田與八郎商店) จังหวัดมิยางิ ที่ผลิตโชยุและมิโสะมาตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะ เมื่อกว่า 170 ปีมาแล้ว
Ota Yohachiro Shoten เป็นโรงหมักมิโสะและโชยุที่เก่าแก่มาตั้งแต่ปี 1845 (ปลายสมัยเอโดะ) ตั้งอยู่ที่เมืองชิโอกามะ (Shiogama) เมืองท่าสำคัญทางตะวันออกของเซนได
ในอดีตทางโรงหมักเคยผลิตโชยุในถังไม้ด้วยตนเอง แต่ด้วยผลกระทบจากการฟื้นฟูหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องตัดใจสละอุปกรณ์เหล่านั้นไป และต่อมาในเดือนมีนาคม ปี 2011 เหตุการณ์สึนามิจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นได้ทำลายทั้งโรงเก็บและหน้าร้านจนพินาศย่อยยับ ท่ามกลางความสิ้นหวัง ความปรารถนาที่ว่า "อยากจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง อยากฟื้นฟูการทำโชยุในถังไม้ให้กลับมา" ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
"ท้องทะเลนั้นอ่อนโยน แม้บางครั้งจะเกรี้ยวกราด แต่ก็เป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้ โรงหมัก Ota Yohachiro ที่อยู่คู่เมืองชิโอกามะและเดินเคียงข้างทะเลมาตั้งแต่สมัยเอโดะรู้ดีว่า อาหารทะเลที่สดใหม่นั้นต้องการโชยุที่อร่อย ผมอยากให้ทุกคนได้ลิ้มรสปลาด้วยโชยุที่ดีที่สุดครับ" คุณ Shin Ota กล่าว เขาเริ่มรวบรวมอุปกรณ์การผลิตใหม่จนสามารถกลับมาทำ "โคจิ" ได้อีกครั้งในปี 2017 และในปี 2020 เขาได้นำถังไม้ใหม่ที่สร้างร่วมกับโครงการฟื้นฟูช่างทำถังไม้มาติดตั้ง จนในที่สุด โชยุหมักถังไม้ ก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
เสน่ห์ของ "อาซาอาเกะ" (Asaake)
ชื่อผลิตภัณฑ์ "Asaake" มีที่มาจากคำว่า "Asaake-iro" (สีแดงระเรื่อดั่งรุ่งอรุณ) ซึ่งเป็นสีของน้ำโชยุที่มองเห็นได้ในวินาทีที่คั้นออกมาในยามเช้าตรู่ของเมืองท่า นอกจากนี้ยังมีความหมายแฝงถึง "เช้าวันใหม่" หรือการเริ่มต้นยุคใหม่ของโรงหมักและวัฒนธรรมโชยุ
วัตถุดิบหลักคือถั่วเหลืองเต็มเมล็ดและข้าวสาลีจากจังหวัดมิยากิ ในช่วงฤดูร้อนที่การหมักรุดหน้าไปมาก ภายในถังไม้จะส่งกลิ่นหอมฟรุตตี้คล้ายสตรอว์เบอร์รี ลูกแพร์ หรือแอปเปิล แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่อุณหภูมิลดลง กลิ่นเหล่านั้นจะค่อยๆ สงบลง "โมโรมิ" (โชยุดิบ) ที่หมักข้ามผ่านฤดูร้อนที่สองจะมีกลิ่นและรสชาติที่ลุ่มลึกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ "อาซาอาเกะ" ยังมีความพิเศษตรงที่ ไม่ได้คั้นโชยุดิบทั้งหมดออกมาในคราวเดียว แต่จะค่อยๆ ทยอยคั้นในปริมาณน้อยทุกๆ 2-3 เดือน ทำให้ผู้บริโภคสามารถรื่นรมย์กับรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยในแต่ละรอบการบรรจุขวดได้อีกด้วย
มิติใหม่แห่งความอร่อย: เมนูแนะนำ
🍣 โชยุที่คู่ควรกับซาชิมิสดใหม่
เมืองชิโอกามะ จังหวัดมิยากิ มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องปลาทูน่า (Maguro) และเพราะเป็นโชยุที่ผลิตขึ้นในพื้นที่นี้เอง จึงแนะนำให้ลองทานคู่กับ "ซาชิมิทูน่า" เป็นอันดับแรก แม้โชยุจะมีอูมามิที่หนักแน่น แต่ก็ให้สัมผัสที่สดชื่นและเบาสบาย จึงเข้ากันได้ดีเยี่ยมเป็นพิเศษกับส่วนที่มีไขมันแทรกอย่าง "ชูโทโร่" (Chutoro) และ "โอโทโร่" (Otoro)
Choose options








ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดส่ง
สินค้าจาก Shokunin Shoyu จะถูกจัดส่งภายใน 2 วันหลังจากได้รับคำสั่งซื้อ (ในกรณีที่มีสินค้าในคลังพร้อมส่ง) ตัวสินค้าจะได้รับการแพ็คแน่นหนาเพื่อความปลอดภัยของตัวสินค้าสำหรับการจัดส่ง
สำหรับคำสั่งซื้อที่มียอดรวมสูงกว่า 1,500 บาท จะได้รับการจัดส่งฟรี
